2005/Oct/12

วันนี้เจอเรื่องซึ้งมาอีกแล้วคับ

เป็นเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งกับกระเทยคนหนึ่ง ลองอ่านดูนะครับ

PS.เรื่องจริงนะ

เรามีเรื่องจริงเรื่องนึง ที่ตอนนี้ ผ่านมาได้ประมาณ 2 ปีแล้ว

แต่ว่า ความทรงจำทั้งหมด ยังถูกเก็บไว้อยู่ตลอดเวลา


แล้วก็ขอบอกไว้ก่อนว่า ..ชื่อเรา กับชื่อคนในเรื่อง ไม่ใช่ชื่อจริงๆ นะ

ขอปกปิดหน่อยละกันนะ อายอ่ะ


เรื่องก็มีอยู่ว่า

ตอนนั้นเราเรียนพึ่งจบ กำลังหางานทำ บ้านเราอยู่ภาคเหนือ เราเอนท์ติดที่กรุงเทพ เราก็เลยอยู่หอ

เราอยู่ชั้น 5 ซึ่งเป็นชั้นบนสุด เป็นห้องริมสุด ถัดจากห้องเรามา

เป็นห้องกระเทยคนหนึ่ง ชอบพาผู้ชายมานอนห้องด้วยบ่อย ๆ(ไม่รู้มันไปหามาจากไหนอิจฉามาก)

กระเทยคนนี้หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารัก ผิวขาว เราว่าถ้าเป็นผู้ชายก็คงจะหน้าตาดีอ่ะ ไม่น่าเรย เสียดาย -*- ผู้ชายยิ่งมีน้อยๆ

รู้ชื่อภายหลัง ว่าชื่อองุ่น ย้ายมาประมาณ 3 เดือนที่แล้ว แต่ว่าถึงเขาจะพาผู้ชายมาดึกๆ บ่อยๆ แต่เขาก็ไม่ได้ทำความเดือดร้อนให้ใครอ่ะ

เราก็เลยไม่ได้คิดอะไร

ช่วงนั้นเรามีแฟน คบกันมาได้ ปีกว่า ๆ ละ เป็นผู้ชายธรรมดาๆ

เรียบร้อย เจี๋ยมเจี้ยม หน้าหงิม ๆ

เรารู้แต่ว่า เรารักเขามาก เพราะมันเป็นเหมือนความผูกพัน เพราะเขา

มานอนที่ห้องเราบ่อยๆ เหมือนกับ ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันบ่อยๆ

แต่แล้ว วันนึง ก็มีภาพ mms ภาพนึงอ่ะ ส่งเข้าโทรศัพท์เรา

เป็นภาพแฟนเราอ่ะ นอนเกอดกับผู้หญิงคนหนึ่งขาว ๆ สวยๆ ผมยาวๆ ในภาพดูเขามีความสุขมาก กอดกันซะแน่นเชียว

โทรศัพท์แทบหล่นจากมือ ......... ตามฟอร์ม รีบโทรไปหาที่มาตามเบอร์ที่ส่งมา

ปิดเครื่อง....อ้าวเวน เจ้าของเบอร์มันกล้าส่ง แต่ไม่กล้ารับโทรศัพท์

ตอนนั้นรู้สึกสับสนมาก รู้สึกเหมือนไม่มีแรง หายใจไม่ออก อยากจะร้องไห้ก็ร้องไห้ไม่ออก สับสนระหว่าง ใช่กับไม่ใช่

เราก็ได้โทรไปหาแฟนเรา ปรากฎว่า เป็นเสียงผู้หญิงรับ เสียงหวานแจ๋วแหวว เค้าบอกว่าเขานอนอยู่กับแฟนเรา

เขารู้แล้วหล่ะว่าต้นมีแฟนแล้ว แต่เขาก็ชอบผู้ชายคนนี้มาก ๆ

เขามีอะไรกันหลายครั้งแล้ว !!!!!!
เราก้อเลยไม่รู้จะพูดยังไง ภาพประกอบ มันชัดเจน ไม่มีคำร่ำลา ใดๆ

ไม่ต้องอธิบายอะไรแล้ว ชัดเจนขนาดนี้ เสียใจมาก ๆ แต่ไม่รู้จะทนไปทำไม เลวขนาดนี้แล้ว

วันนั้นเราก็ตัดสินใจเลิกกับเขา เราพูดกับผู้หญิงคนนั้นว่า เรายอมแพ้เรายกให้ เอาไปเลย แล้วอย่ามายุ่งกับชีวิตเราอีก ขอแค่นี้ก็พอ

อ้ว นี่แค่นึกถึง มันก็เศร้าขนาดนี้

ไม่รู้ตอนนั้นเราทำใจได้ยังไง

อ๋อจำได้ละ ..... ต่อจากเหตุการณ์นั้นประมาณ 4 ทุ่ม ในวันเดียวกันนั้นเอง

เขาก็มาเคาะประตูหน้าห้อง เรารีบ เช็ดขี้มูกและน้ำตา กุลีกุจอไปเปิดประตู

จริงๆ แล้วก็พอจะเดาออกว่าเป็นเขา ก็รู้สึกดีใจเหมือนกันนะ แต่ว่า

หลังจากเขาเดินเข้ามาในห้อง ประโยคแรกที่ได้ยินก็คือ

ขอยืมเงิน สัก 5,000 ได้มะ ผู้หญิงคนนั้นท้อง -*-แล้วทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ขอความเห็นใจ

อุแม่เจ้า ทำไมแกช่างชั่วร้าย เลวทรามขนาดนี้ฟะ แต่ไม่ได้พูดนะ คิดเฉยๆ

เราก็เลยบอกว่า ไปซะเหอะ เราไม่มีอะไรให้เธอหรอกนะ เราดันๆ เขาออก แต่เขาไม่ยอมออก เขาตัวใหญ่ ปากเขาก็พูดว่า ให้ยืมเถอะนะขอร้อง
เราก็ดันแรงขึ้นเรื่อยๆ จากผลักก็กลายเป็น ตบ ถีบ เพราะด้วยความโมโหด้วย เขาก็โมโห เขาผลักเราล้มคว่ำ

แล้ววิ่งไปค้นกระเป๋าตังค์เราที่อยู่บนโต๊ะ เครื่องแป้งทันที

เรารีบแหกปากพร้อมวิ่งไป อย่านะ I เลว พูดดีๆ ไม่รู้เรื่องเหรอกรูทนไม่ไหวแล้วนะ เมิงจะเอายังไงกับกรูนักหนาวะ

เราวิ่งไปกระชากเสื้อมันแล้วตบ

มันคงโมโหอ่ะ มันตบเราคืน โผล๊ะ ดังมาก รู้สึกมึนๆ แต่ไม่เจ็บอ่ะ แต่ชามาก

คิดดูอ่ะ คนเราคบกันมาสุภาพเรียบร้อยทุกอย่าง แล้วเพิ่งจะมาแสดงธาตุแท้กันวันนี้เอง

หลังจากเราโดนเขาตบแล้ว เราก็ร่วงกราว ลงไปกองกับพื้น

ไม่รู้ว่าเขารู้สึกผิดหรืออะไร เขาชะงักนิ่ง แล้ว เขาก็ทรุดนั่งลงมากอดเราร้องไห้ แล้วพูดว่า

"ขอโทษนะเค้ก เจ็บมากไหม ต้นโมโหมากอ่ะ แต่ต้นไม่ได้ตั้งใจนะเค้ก ต้นขอโทษ"


เราก็เลยพูดไปว่า "ไม่ต้องมาขอโทษอะไรทั้งนั้นแหละ เราไม่ได้โกรธ เธอไปซะเถอะ เราไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว เราดีกับเธอทุกอย่าง แต่ทำไมถึงได้กลับมาอย่างนี้ก็ไม่รู้นะ" เราพูดแล้วก็เมินหน้าหนี

เขาก็ยิ่งกอดเราแน่น "ขอโทษนะขอโทษจริง ๆ ต้นรักเค้กคนเดียวนะ แต่ว่าเหมือนเราไม่ค่อยเข้าใจกัน (เมิงแหละไม่เข้าใจกรู) ต้นจำเป็นต้องใช้เงินจริง ๆ พรุ่งนี้ เป็นวันเงินเดือนต้นออก ต้นจะคืนให้นะ"


"นี่รู้มั๊ยว่าแม่ของเค้กเขาส่งเงินก้อนนี้มาให้เป็นก้อนสุดท้ายแล้ว เพราะเค้กเรียนจบแล้ว ถ้าหมดก้อนนี้ก็ไม่มีอีกแล้ว แล้วเค้กจะไว้ใจต้นให้ไปได้ยังไง งานก็ยังหาทำไม่ได้เลย"


"นะ นะ ขอร้องเถอะนะ พรุ่งนี้จะคืนให้จริง ๆ ตอนเย็นนะ เค้กรอต้นที่ห้องนะ ต้นจะเอามาคืนให้จริง ๆ ต้นสัญญา"เขาอ้อนวอน แล้วก็กอดเราไว้แล้วร้องไห้ด้วย


เขาในตอนนั้นดูน่าสงสาร และน่าสมเพช มาก แต่คนที่น่าสมเพชมาก ก็คือเราเอง ถูกต้องนะคร้าบบ เราใจอ่อน ให้เงินเขายืมไป

ตอนแรกบอก ห้าพัน ตอนยืมจริง ๆ ขอเป็น หมื่นนึง !!!!


แต่เราก็โง่ ให้เขาไป ทั้งเนื้อทั้งตัวเหลือเงินอยู่ 130 บาท

นึกถึงตอนนั้นแล้ว อุบาทว์ตัวเองมาก ๆ โง่จริง ๆ กระบือเรียกพี่เลยอ่ะ

พอเขาได้เงินแล้ว เขาก็ออกไปจากห้อง ทิ้งเราไว้ว้าเหว่พร้อมคำสัญญาว่าจะคืนเงิน "พรุ่งนี้ 5 โมงเย็น"

จากนั้นประมาณ 5 นาที ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ก๊อก ๆ


เราก็นึกว่า ต้นมันกลับมา เราก็เดินไปดู อ้าวไม่ใช่ เป็นอิกระเทยข้างห้อง เขาถามเราว่า "ขอโทษนะ ไม่ได้ตั้งใจจะมายุ่งนะคะ แต่ว่ามะตะกี้เห็นเสียงดัง มีอะไรให้ช่วยมั๊ยคะ "


เราคิดในใจว่า อินี่จะมาสอดรู้สอดเห็นหรือเปล่า แต่ด้วยมารยาทก็ตอบไป " อ๋อไม่มีอะไรอ่ะค่ะ ขอโทษทีค่ะพอดีเสียงดังไปหน่อย"

"ไม่เป็นไรค่า.. นึกว่าจะมีอะไรให้ช่วยอ่ะค่ะ ถ้ามีอะไรก็บอกได้นะคะ" ถามพร้อมมองหน้าเราแล้วมองเข้ามาในห้องแบบอยากรู้อยากเห็น สายตากวัดแกว่งเหมือนเรดาห์

"ค่ะ " เราตอบสั้น ๆ แล้วยิ้มแบบแห้งๆ พร้อมปิดประตู


นั่นเป็นประโยคสนทนาบทแรกที่เราได้คุยกับคนคนนี้


โดยไม่รู้เลยว่านั่นแหละ คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราว ต่าง ๆ ที่กำลังจะเกิดหลังจากวันนี้ ..............

หลังจากนั้นเราก็ ไม่รู้จะทำยังไง เดินไปนั่งถอนหายใจบนเตียงตอน นั่งคิดทบทวนเรื่องราว ที่ผ่านมาไปเรื่อยๆ


รู้ตัวอีกที ตี 2 ละ ทำไมมันเร็วอย่างนี้ แล้วเราจะทำยังไงกับอนาคตเราดี เงินก็ไม่มี งานก็ยังหาไม่ได้ ทำไมใจอ่อนและโง่อย่างนี้นะเรา คบเขามาเราปิดหูปิดตาตลอด นี่ไง..จุดอ่อนจากการไว้ใจ


................

ไม่รู้ว่าเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ 9 โมงเข้าเราตื่นขึ้นมา

จริง ๆแล้วเหมือนไม่ได้นอนอ่ะ มันฝันร้าย ๆ ตลอด

รู้สึกใจเต้น ตุบ ๆ ตลอดเวลา เดินโซซัดโซเซ เข้าห้องน้ำ

อาบน้ำล้างหน้า เผื่อจะดีขึ้น...............


ไม่ดีขึ้นอ่ะ ส่องกระจกดู เหมือนซอมบี้มาก


ลองต่อเน็ตเช็คเมลล์ดู เผื่อบริษัทไหนมันจะตอบกลับนัดเราไปสัมภาษณ์

......


ไม่มีอะไรเลย -*- เล่น msn ก็ได้..........


ไม่มีใครออนเลยคงไปทำงานทำการ หรือไปเรียนหนังสือกันหมดแล้ว

............

เห้อ ป่านนี้เพื่อนเราจะเป็นไงบ้างอ่ะ จบแล้วก็แยกย้ายกันไปไม่ได้ติดต่อกันเลย

คิดถึงพ่อกับแม่ที่สุด อยากกลับไปหา แต่ไม่อยากกลับไปสภาพนี้อ่ะ ไม่อยากให้พ่อแม่เสียใจ

เศร้ามาก เหมือนชีวิตนี้ไม่มีใครเลยยย.

เห้อ เอาอย่างงี้ดีกว่า พอได้เงินคืนกลับมาแล้ว ก็กลับไปหางานทำที่บ้านดีกว่าอยู่กับพ่อกับแม่ ดีที่สุด

แล้วก็สบายใจที่สุดแล้ว อืม..ตอนนี้ก็ต้องรอเงินที่ต้นมันจะเอามาคืนให้อ่ะนะนี่กี่โมงแล้วอ่ะ บ่ายโมงและ อีกไม่นานหรอก

................. แปลกนะไม่ยักกะหิวข้าว อยากนอนอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น

กี่โมงแล้วอ่ะ 3โมงครึ่ง อีก 2 ชั่วโมงเอง แล้วพอเขาเอาเงินมาคืน เราก็จะรีบเก็บของกลับบ้านเลย


........................
สี่โมงสี่สิบ แล้ว ..เค้านัดไว้ 5 โมงนี่นา เดี๋ยวก็คงมามั้ง รถติด อาจจะมาเลทหน่อย

ห้าโมงครึ่ง....ไม่มีไรหรอกน่า อาจจะมาหัวค่ำ..เรารอเขาได้น่า


1 ทุ่ม ห้าสิบ ... นานจัง ตกลงมันจะมามั๊ยเนี่ย โทรไปหาดีกว่า

ขอต้อนรับบริการฝากเลขหมายโทรกลับ ....
ขอต้อนรับบริการฝากเลขหมายโทรกลับ ....
ขอต้อนรับบริการฝากเลขหมายโทรกลับ ....
ขอต้อนรับบริการฝากเลขหมายโทรกลับ ....

เลยกดดูเบอร์ที่เมื่อวานคุยกับผู้หญิงคนนั้น

เป็นผู้หญิงคนนั้นรับ "ฮัลโหล" (ทำเสียงคิกขุ)

"ฮัลโหล ต้นอยุ่กับเธอหรือเปล่า"(เสียงโหด)

"ไม่อยู่อ่ะ มีอะไรเหรอ ไหนบอกจะไม่ยุ่งแล้วไง"

"ก็ไม่อยากจะยุ่งหรอก เค้ามายุ่งกับเราเอง"

"มีอะไรอ่ะ"

"เมื่อวานมันยืมเงินเราไป บอกจะเอามาคืน ไม่เห็นเอามาเลย"

"เค้ายืมเธอไปเท่าไหร่"

"หมื่นนึง"


"เหรอ(ลากเสียงยาว) ฮิๆๆ"


"หัวเราะไร"


"เมื่อเช้า เค้าพาเราไปเที่ยวมาบุญครอง แล้วก็ ซื้อโทรศัพท์ให้ใหม่อันนึงอ่ะ สงสัยเป็นเงินเธอหรือเปล่า" (น้ำเสียงเยาะเย้ย)

"ไม่ใช่ม้าง ง เขาบอกว่า จะเอาเงินพาเธอไปทำแท้ง ที่ชั้นให้ไปอ่ะ สงสารเด็กที่กำลังจะเกิดมา พ่อกับแม่มันไม่มีปัญญาเลี้ยงหรอก ไม่อยากให้เด็กเกิดมาเป็นปัญหาสังคม เพราะพ่อแม่มันใจแตก"


"เค้าบอกเธอว่างั้นเหรอ จริงๆแล้วเราไม่ได้ท้องหรอก สงสัยเขาจะหลอกเธอแล้วแหละ เค้าก็หลอกเงินเธอมาได้หลายครั้งแล้วนี่"


"(งง)!!!!!! "

"ที่เขายังคบกับเธออยู่ เพราะว่า เค้าต้องการเงินจากเธอน่ะสิ เขาบอกกับชั้นว่า เธอมันไม่ค่อยฉลาดทันคน พูดง่ายๆ ว่าโง่นั่นแหละ อุ๊ยชั้นไม่ได้ว่านะ เขาพูดว่าแบบนั้นมาอ่ะจ้ะ"

เรารีบวางโทรศัพท์ทันที

..................

แหกปากร้องไห้โฮ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

เคยมั๊ย ๆ เอากำปั้นทุบหัวตัวเอง แล้วแหกปากร้องไห้


เหมือนคนบ้า..แต่ตอนนั้นก็เหมือนคนบ้าจริง ๆ


อยากเป็นคนบ้า.....

อยากไม่มีความรู้สึก.....

อยากหายไปจากโลกนี้........

ไม่อยากจะรับรู้อะไรอีกแล้ว...........

คิดถึงแม่..................

แต่ยังไงก็ตาม เราก็ไม่เคยคิดจะฆ่าตัวตายเลยนะ

เรารักพ่อรักแม่เรามาก แล้วอีกอย่างเราก็จบปริญญาตรีอ่ะ

มีการศึกษาพอ ความรู้ขนาดนี้น่าจะมีอะไรดี ๆ กว่าการฆ่าตัวตาย

แต่ตอนนั้นไม่มีกำลังใจจะทำอะไรแล้ว

ตอนนั้นเป็นเวลา ประมาณสี่ทุ่มมั้ง

แล้วเราก็นอนร้องไห้ สลับกับ คิด ๆ ๆ ทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคต คิดๆๆๆ ไปเรื่อยๆ


บางทีก็หลับ พอสะดุ้งตื่นขึ้นมาก็คิดต่อ ..ข้าวปลาไม่กิน

น้ำท่าไม่อาบ ซกมกสกปรกโสโครก ไม่รู้ว่าชาวบ้านจะเป็นเหมือนเราหรือเปล่าเวลาอกหัก

คิดไปยัน ....สี่โมงเย็นของอีกวันนึง คิด ๆดูตอนนี้แล้วมันนานนะ ทำไปได้ยังไง บ้าหรือเปล่า -*-

ที่ดูนาฬิกา เพราะว่าท้องร้อง อ่ะ หิวข้าว ตังค์มี 130เอง
จะบริหารยังไงให้เพียงพอ

ไปคุ้ย ๆ ตู้เย็นดู มีมะละกอ ชิ้นนึง ก็กินซะปะทังชีวิต

โอยหิว


กินไรดีอ่ะ


อ่อนึกออกละ อาหารสุดยอดฮิต ของวัยรุ่น


"มาม่า"

เดี๋ยวอาบน้ำ ล้างหน้าแล้วลงไปซื้อมาม่า มาประทังชีวิตดีกว่าอ่ะ เดี๋ยวจะตายซะก่อน


อาบน้ำเสร็จแล้ว แต่งตัวเสร็จแล้ว ถือกระเป๋าตังค์

มีเสียงเคาะประตู.....!!!!


เย้!!!! ต้องเป็น I ต้น แน่ ๆ เลยอย่างน้อยมันก็ยังมีสามัญสำนึก เอาตังค์มาคืนเรา
เห้อค่อยยังชั่วหน่อย ยังหรอก แค่นึกเฉย ๆ


ก็เลยเดินไปเปิดประตู

ปรากฎว่าไม่ใช่ แต่เป็นน้ององุ่น กระเทยข้างห้องนั่นเอง มือถือถุงกับข้าวพะรุงพะรัง .....


"เอ่อ.อออ เราเห็นเธอ ไม่ออกไปไหนเลยอ่ะค่ะ นึกว่าเป็นอะไร "

(อ้าวแล้วจะยุ่งอะไรกับตรูนักหนาเนี่ย อินี่)คิดในใจ


"อ๋อ เปล่าอ่ะค่ะ พอดี กำลังจะออกไปซื้อข้าว"

"เอ่ออ พอดี องุ่นซื้อกับข้าวมาเยอะแยะเลยอ่ะค่ะ ตอนแรกว่าจะจัดปาร์ตี้กับเพื่อน ๆ น่ะค่ะ แล้วอิพวกนั้นมันชิ่งหนีไปก่อน ถ้าเธอไม่รังเกียจ เธอช่วยมากินกับเราหน่อยได้มั๊ยคะ เราเสียดายกับข้าวอ่ะค่ะ"

"นะคะ นะคะ มาเหอะน่า "มันพูดพร้อมดึงมือเราไป

"เอ่อออ" "ไม่ต้องคิดมากค่ะ ไม่ต้องเกรงใจค่า..."

อ่าฮะ ของฟรี ลาภปากแล้วหล่ะตรู แต่จริง ๆแล้วเราก็กลัว ๆ เขานิดนึงนะ กลัวมันจะ มอมยาเราแล้วจะพาผู้ชายมาโทรมอ่ะ

แต่ทำไมถึงยอมไปกับมันไม่รู้ -*-

องุ่นพาเราเข้าไปในห้อง


"นั่งรอนี่นะเดี๋ยวไปเอากับข้าวใส่จานก่อน เนี่ยดูซิ ซื้อมาเยอะแยะเลย นังพวกเวนพวกนั้นเดี๋ยวจะด่าให้เข็ดเลย"

องุ่นเดินไปพลางบ่นอุบอิบ

เอ๊ะแต่เราว่าถ้าองุ่น มันจะใส่ยามอมเรา มันก็จะใส่ตอนนี้แหละ วิ่งไปดูดีกว่าทำฟอร์มช่วย

เดินไปจะถึงระเบียงหลังบ้าน สังเกตเห็น มีกีต้าร์ตัวหนึ่ง วางพาดแอบ ๆ อยู่มุม หลังห้อง อืม แปลกดี ไม่ค่อยเห็นกระเทยเล่นกีต้าร์แฮะ หรือจะเป็นของกิ๊กมันหว่า .....

เดินไปถึงระเบียง "มาเราช่วย"

องุ่นยิ้มน่ารักให้เรา พร้อมเขยิบให้เราเข้าไปใกล้ๆ ช่วยแกะถุงกับข้าวใส่จาน

"เออนี่เธอชื่ออะไรเหรอ เราชื่อองุ่นนะ"

"เค้กจ้ะ"

..................

ไม่รู้จะคุยอะไรนี่นา


แต่ว่าหิวมากเลย พอยก กับข้าวมา หน้าทีวี ซัดโฮกเลย


องุ่นเดินไปเปิดทีวี แล้ว เดินไปตู้เย็นไปหยิบ โค้กกระป๋องมา 2 กระป๋อง

"หงุ่น (เรียกตัวเองว่าหงุ่น) ก็อยู่คนเดียวก็เหงา ๆ อ่ะจ้ะ ถ้าเค้กไม่รังเกียจมา นั่งคุยกันบ่อย ๆ ได้นะจ๊ะ" องุ่นพูดพลางยื่นโค้กให้


"จ้ะ" รับโค้กมา เปิดแล้วซด ... มาคิด ๆ ดูแล้ว ตอนนั้นตะกละมากเลยอ่ะ ทุเร๊จ ทุเรจ

อิ่มแล้วกับข้าวหมดแล้ว เราก็เลยยกจานไปหลังบ้าน องุ่นก็ช่วยกัน เราช่วยกันล้างจาน ชวนกันคุยนู่นคุยนี่ เกี่ยวกับรายการทีวีที่เมื่อกี้ได้ดูกัน

องุ่นเค้าเป็นคนพูดจาน่ารักดี แล้วก็ ตลกดีด้วย ดีจัง อย่างน้อยก็ยังมีเพื่อนข้างห้องคุย ถึงเขาจะเป็นกระเทยก็ตาม ....

แต่ก็ไม่รู้จะไว้ใจได้ป่าวอ่ะ

สับสน ๆ


แต่เราสังเกตุเห็นอีกอย่างนึง องุ่นมีนมด้วยอ่ะ

เราก็เลยยิงคำถาม "องุ่นมีนมด้วยเหรอ "

"อือ หงุ่นไปทำมาอ่ะ"สวยป่ะ ๆ

"เจ็บป่าวอ่ะ"

แล้วเราก็ถามนู่นถามนี่จุกจิก ๆ ตามประสาสาว ๆ มีทะลึ่งบ้างแต่ก็ตลกดี กับมิตรภาพใหม่ ที่ได้รับ พอให้ลืมเรื่องราวอันเจ็บปวดได้ ชั่วขณะ

ตกลงคืนนั้นเราก็เลย ตกลงว่าจะไปเช่าหนัง มานั่งดูกันกับองุ่น เราก็วิ่งเข้าห้องเราไปอาบน้ำใหม่ใส่ชุดนอน

องุ่นไปเช่าหนังมา เรื่องแฮร์รี่พอตเตอร์อ่ะ เพราะเราคุยกับองุ่น เขาก็แฟนหนังสือ เรื่องนี้เหมือนกัน

แล้วก็ดูหนังกัน แล้วก็กินขนมแล้วก็คุยกันเกี่ยวกับทางบ้าน

องุ่นเล่าว่า เขาเรียนจบปริญญาจากมหาลัยเอกชนแห่งนึง ในกรุงเทพ เขาเป็นคนจังหวัดระยอง แต่เท่าที่คุยมาบ้านเขาค่อนข้างมีฐานะ

พอเขาเรียนจบเขาก็หางานทำเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่งซึ่งบริษัทนี้ไม่เข้มงวดเรื่องการแต่งกาย เขาก็เลยแต่งเป็นผู้หญิงได้


เราก็เลยยิงคำถาม " ถามจริงเหอะ ทำไมถึงมาเคาะห้องเค้กอ่ะ"

"ก็พอจะเดาออกอ่ะ ว่าทะเลาะกัน เพราะหงุ่นอยู่นี่ ไม่เคยได้ยินเสียงทะเลาะกันจากห้องเค้กเลย"

"แล้วตอนหงุ่นไปเคาะห้องครั้งแรก เค้าเห็นรอยมือที่หน้าเค้กอ่ะ เค้าสงสาร แต่ก่อนเค้าก็เคยเป็นแบบนั้นมาก่อน"


"เป็นแบบไหน อ่ะ เล่าได้มะ"


"ก็ไม่มีอะไรหรอก เรื่องมันนานมาแล้ว เค้กรู้มะว่าแต่ก่อนเค้าเป็นผู้ชายนะ เค้ารักผู้หญิงคนนึงมาก คบกันมาหลายปี แต่พอ วันนึง เค้าก็รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นหลอกลวงมาตลอด

แถมก่อนเลิก แฟนใหม่เขายังพาเพื่อนมารุมกระทืบหงุ่นอีกอ่ะ"


"แล้วเธอก็เป็นกระเทยเลยเหรอ"


"จริง ๆ แล้ว หงุ่นชอบผู้ชายมานานแล้วอ่ะ แต่ผู้หญิงหงุ่นก็ชอบ พอมาเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น มา ก็เลยคิดว่าชีวิตนี้จะไม่จริงใจกับใครแล้ว เลยมาเป็นแบบนี้เพราะว่าจะไม่จริงใจกับใครคนไหนอีก ไม่ว่าหญิงหรือชาย"

"ก็เลยไปทำหน้าอกมา เพื่อเป็นการยืนยัน "


"แล้ว นายนั่นอ่ะเอาออกยัง "


"ยังอยู่ ยังใช้การได้นะ หึหึ"

"เห้ย บ้าป่าว น่ากัวอ่า" (หนีเสือปะจระเข้ป่าวเนี่ย)

"พูดเล่นจ้า ยัยชะนีน้อย คืนนี้นอนนี้ละกันนะยะหล่อน"

"จ้า"


ชีวิตซังกะตาย ผ่านไป 1 คืน

พอนอนกับองุ่นคืนแรก ตื่นมาก็ไม่เจอองุ่นละ กี่โมงนิ ประมาณ 7 โมงได้ วันนี้วันเสาร์นินา องุ่นไปไหน


เราก็เลยออกมาจากห้ององุ่นแล้วก็ล๊อคห้อง


แล้วก็เข้าห้องตัวเอง อาบน้ำล้างหน้าแปรงฟัน


กำลัง ปะแป้งอยู่ ได้ยินเสียงเคาะประตู เปิดมา

"อ้าวนี่หล่อนจะรีบตื่นไปไหนล่ะยะ เอ้า ซื้อปาท่องโก๋มาฝาก"

"ขอบใจย่ะ แม่คนดี"


"แล้ววันนี้ไปไหนป่ะยะ"


"ไม่อ่ะไม่มีตังค์"

"อืมๆๆๆ วันนี้ไปซื้อเสื้อผ้าเป็นเพื่อนชั้นหน่อยละกัน"

สังเกตุว่าการใช้สรรพนาม จะดูสนิทสนมกันมากขึ้น เพราะว่า กระเทยกับผู้หญิงจะสนิทกันได้รวดเร็ว


"ก้อได้อ่ะ ดีกว่าอยู่ห้องเซ็ง ๆ"


สรุปว่าวันนั้นเราก็ไปซื้อเสื้อผ้ากัน ไปหลายห้างเลย องุ่นแต่งตัวแรดมาก และดูสวยกว่าเรามาก เพราะทั้งขาว ผมก็ยาว หน้าตาจิ้มลิ้ม


พอกลับมาที่ห้อง เราก็เอาเสื้อผ้ามาลองกัน กรี๊ดกร๊าด ๆ


กันไปตามประสา ชะนี + กระเทย เจอกัน

ตอนลองเสื้อเห็น องุ่นใส่แต่ ชุดชั้นในอ่ะ นมตู้มมาก ผู้หญิงยังอาย แต่ตรงนั้นก็ตู้มไม่แพ้กันอ่า เห็นแล้วแปลก ๆ ขัดตา

"ทำไมไม่ไปเอาอันนั้นออกอ่ะ เก็บไว้ทำไร"


"ยังไม่มีตังค์อ่ะ ว่าเดือนหน้านี้แหละจะไปเอาออกละ เก็บไว้มันก็รก"


"555555 อิบ้า เก็บไว้ก้อได้ เผ